-



รับทำเว็บไซต์ E-Commerce เว็บไซต์บริษัท
พัฒนา Magento Shopify



บริการออกแบบเว็บไซต์ ทำเว็บ E-commerce วางกลยุทธ์ธุรกิจ และทำ Digital Marketing สำหรับธุรกิจที่ต้องการเติบโตบนออนไลน์




































เราดูแลการออกแบบเว็บไซต์และพัฒนาเว็บไซต์ E-commerce สำหรับธุรกิจ B2B เครื่องใช้ไฟฟ้า อาหารและเครื่องดื่ม แฟชั่น กีฬา อุตสาหกรรม และยานยนต์
ขั้นตอนการรับทำเว็บไซต์ของเราเริ่มตั้งแต่การวางแผน ออกแบบเว็บไซต์ พัฒนาระบบ ตรวจสอบคุณภาพ ไปจนถึงการออนไลน์และวางแผนการตลาด เพื่อให้เว็บไซต์พร้อมใช้งานและรองรับ SEO
Bangkoksync ให้บริการรับทำเว็บไซต์สำหรับธุรกิจ ตั้งแต่การทำเว็บบริษัท เว็บไซต์ E-commerce ไปจนถึงระบบขายสินค้าออนไลน์ด้วย Magento, Magento PWA, Shopify และ WooCommerce พร้อมวางโครงสร้างเว็บไซต์ให้รองรับมือถือ ความเร็ว และ SEO
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์บริษัทให้สื่อสารแบรนด์ บริการ และจุดเด่นของธุรกิจได้ชัดเจน รองรับการใช้งานบนมือถือและการต่อยอดด้านการตลาดออนไลน์
รับทำ E-commerce สำหรับขายสินค้าออนไลน์ พร้อมระบบสินค้า ตะกร้า การชำระเงิน การจัดส่ง และฟังก์ชันที่ปรับตามขั้นตอนการทำงานของธุรกิจ
รับทำเว็บ Magento และ Magento PWA สำหรับร้านค้าที่มีสินค้า คำสั่งซื้อ หรือการเชื่อมต่อระบบหลังบ้านที่ซับซ้อนและต้องการรองรับการขยายตัว
ออกแบบและพัฒนาร้านค้า Shopify ตั้งค่าระบบสินค้า การชำระเงิน การจัดส่ง และปรับหน้าร้านให้เหมาะกับแบรนด์และประสบการณ์ซื้อสินค้า
พัฒนาเว็บไซต์ขายสินค้าด้วย WordPress และ WooCommerce เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการจัดการเนื้อหาและร้านค้าออนไลน์ภายในเว็บไซต์เดียวกัน
วางแผน UX/UI, Branding, SEO และโฆษณาออนไลน์ เพื่อให้เว็บไซต์ช่วยสร้าง การรับรู้ ลูกค้าใหม่ และยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง
หากต้องการเริ่มขายออนไลน์รวดเร็วและดูแลระบบง่าย Shopify เป็นตัวเลือกที่เหมาะสม หากมีเว็บไซต์ WordPress อยู่แล้วและต้องการเพิ่มระบบขายสินค้า WooCommerce จะเหมาะกว่า ส่วน Magento เหมาะกับร้านค้าที่มีสินค้าเยอะ ระบบซับซ้อน หรือต้องการเชื่อมต่อ ERP, CRM และระบบคลังสินค้า
โดยทั่วไปเว็บไซต์ E-commerce ขนาดเริ่มต้นควรเตรียมงบประมาณประมาณ 50,000–120,000 บาท สำหรับการออกแบบ ตั้งค่าระบบสินค้า ชำระเงิน และจัดส่ง ส่วนระบบที่มีการออกแบบเฉพาะ เชื่อมต่อระบบหลังบ้าน หรือมีฟังก์ชันพิเศษ อาจเริ่มตั้งแต่ 150,000–300,000 บาทขึ้นไป
หากมีสินค้าจำนวนมาก หลายหมวดหมู่ หลายราคา หลายคลังสินค้า หรือมีเงื่อนไขโปรโมชั่นซับซ้อน แนะนำ Magento เพราะรองรับโครงสร้าง E-commerce ขนาดใหญ่ได้ดี และสามารถต่อยอดกับระบบ ERP, CRM, POS หรือระบบคลังสินค้าได้ยืดหยุ่น
Shopify เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเปิดร้านออนไลน์เร็ว ดูแลระบบง่าย และไม่ต้องจัดการ Hosting เอง เหมาะกับแบรนด์สินค้า ร้านค้าปลีก หรือธุรกิจที่ต้องการเริ่มขายออนไลน์พร้อมระบบสินค้า การชำระเงิน การจัดส่ง และแอปเสริมต่าง ๆ
Magento PWA เหมาะกับร้านค้าที่ใช้ Magento และต้องการยกระดับประสบการณ์บนมือถือให้เร็วขึ้น ลื่นขึ้น และใกล้เคียงแอป เหมาะกับธุรกิจที่มีทราฟฟิกจากมือถือสูง ต้องการ UX ที่ยืดหยุ่น และต้องการแยกหน้าร้านออกจากระบบหลังบ้าน
WooCommerce เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเว็บไซต์เนื้อหาและร้านค้าออนไลน์ในระบบเดียว โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้ WordPress อยู่แล้ว เหมาะกับร้านค้าขนาดเล็กถึงกลาง สินค้าไม่ซับซ้อนมาก และต้องการควบคุมเนื้อหา บทความ SEO และหน้าบริการร่วมกับระบบขายสินค้า
หากต้องเชื่อมต่อ ERP, CRM, POS, ระบบคลังสินค้า Payment Gateway หรือระบบขนส่ง ควรเลือกแพลตฟอร์มที่รองรับ API และปรับแต่งได้ดี เช่น Magento หรือ Shopify ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของระบบ หาก workflow มีหลายขั้นตอนหรือข้อมูลจำนวนมาก Magento จะเหมาะกับงานปรับแต่งเชิงลึกมากกว่า