สร้างเว็บไซต์ Shopify และปรับแต่ง Theme อย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจ?
การ สร้างเว็บไซต์ Shopify ไม่ได้หมายถึงการสร้างเว็บไซต์ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น แต่เป็นการเลือก Theme ที่เหมาะกับร้านค้า แล้วนำมาปรับแต่งให้เข้ากับรูปแบบธุรกิจและความต้องการของแบรนด์
Shopify มีเครื่องมือสำหรับปรับแต่งเว็บไซต์ให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการหลายส่วนได้ด้วยตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโค้ด แต่หากต้องการฟังก์ชันเฉพาะหรือการปรับแต่งที่ซับซ้อนขึ้น ก็สามารถให้ทีมพัฒนาเข้ามาช่วยเพิ่มเติมได้
ดังนั้น ก่อนเริ่มทำเว็บไซต์ Shopify สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่า อะไรสามารถปรับแต่งได้เอง และอะไรที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม
1. Shopify ใช้ Theme เป็นพื้นฐานของเว็บไซต์
เว็บไซต์ Shopify ทุกเว็บไซต์จะมี Theme เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับจัดวางหน้าเว็บไซต์ โดยสามารถเลือก Theme ที่เหมาะกับรูปแบบร้านค้า แล้วปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ให้เข้ากับแบรนด์ได้
ตัวอย่างเช่น รูปภาพ สี ฟอนต์ เนื้อหา และการจัดวางส่วนต่าง ๆ ของหน้าเว็บไซต์ สามารถปรับเปลี่ยนได้ผ่าน Theme Editor โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขโค้ด
Shopify มี Theme ให้เลือกทั้งแบบฟรีและแบบเสียค่าใช้จ่าย โดยแต่ละ Theme จะมีรูปแบบและความสามารถแตกต่างกัน ดังนั้นควรเลือก Theme ที่รองรับสิ่งที่ธุรกิจต้องการตั้งแต่ต้น เพื่อช่วยลดการปรับแก้ในภายหลัง
2. Theme Editor ช่วยให้ปรับเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น
หนึ่งในจุดเด่นของ Shopify คือ Theme Editor ที่ช่วยให้เจ้าของร้านหรือทีมงานสามารถปรับเปลี่ยนส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องแก้ไขโค้ดโดยตรง
สิ่งที่สามารถปรับได้ เช่น
- จัดวางส่วนต่าง ๆ ของหน้าเว็บไซต์
- เปลี่ยนรูปภาพและข้อความ
- ปรับสีและรูปแบบตัวอักษร
- เพิ่มหรือลบส่วนต่าง ๆ ของหน้า
- จัดแสดงสินค้าและคอนเทนต์ในรูปแบบต่าง ๆ
สำหรับร้านค้าทั่วไป การปรับแต่งในลักษณะนี้สามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรม ทำให้ Shopify เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการจัดการเว็บไซต์ได้ง่ายและเริ่มขายสินค้าออนไลน์ได้รวดเร็ว
3. Section และ Block คืออะไร?
โครงสร้างของ Theme Shopify สมัยใหม่แบ่งหน้าเว็บไซต์ออกเป็นส่วนต่าง ๆ เพื่อให้สามารถจัดการได้ง่ายขึ้น โดยสิ่งที่ผู้ใช้งานจะพบเป็นหลักคือ Section และ Block
- Section คือส่วนหลักของหน้า เช่น Banner, สินค้าแนะนำ หรือส่วนรีวิว
- Block คือองค์ประกอบย่อยภายใน Section เช่น รูปภาพ ข้อความ หรือรายการรีวิว
การแบ่งโครงสร้างลักษณะนี้ทำให้สามารถเพิ่ม ลบ หรือจัดเรียงส่วนต่าง ๆ ของหน้าเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้นผ่าน Theme Editor
นอกจากนี้ Shopify ยังรองรับ App Block ซึ่งช่วยให้แอปบางประเภทสามารถเพิ่มฟังก์ชันเข้าไปในหน้าเว็บไซต์ได้โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขโค้ด Theme โดยตรง
4. เมื่อไหร่ที่ต้องให้ทีมพัฒนาเข้ามาช่วย?
แม้ Shopify จะสามารถปรับแต่งได้หลายส่วน แต่ก็มีบางกรณีที่ Theme Editor อาจไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น
- ต้องการสร้างส่วนของเว็บไซต์ที่ไม่มีอยู่ใน Theme
- ต้องการฟังก์ชันเฉพาะสำหรับธุรกิจ
- ต้องการให้เว็บไซต์แสดงข้อมูลแตกต่างกันตามเงื่อนไขที่กำหนด
- ต้องการปรับแต่งการทำงานของเว็บไซต์เพิ่มเติม
- ต้องการปรับปรุงประสิทธิภาพและความเร็วของเว็บไซต์
ในกรณีเหล่านี้ อาจจำเป็นต้องให้ทีมพัฒนาเข้ามาปรับแต่งเพิ่มเติม เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำงานได้ตรงตามความต้องการมากขึ้น
5. ไม่ควรแก้ไขเว็บไซต์ที่กำลังใช้งานโดยตรง
อีกสิ่งหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญคือการปรับแต่งเว็บไซต์อย่างปลอดภัย หากเว็บไซต์กำลังเปิดให้ลูกค้าใช้งานอยู่ ไม่ควรทดลองแก้ไขส่วนสำคัญบน Theme ที่กำลังใช้งานโดยตรง
Shopify สามารถทำสำเนา Theme เพื่อใช้สำหรับปรับแต่งและทดสอบก่อนได้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงค่อยนำ Theme ที่ปรับแต่งเสร็จไปใช้งานจริง
วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่การแก้ไขผิดพลาดจะส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์ที่กำลังขายสินค้าและรับ Order อยู่
6. เลือก Theme ให้เหมาะกับธุรกิจตั้งแต่ต้น
การเลือก Theme ไม่ควรดูเพียงว่าเว็บไซต์มีหน้าตาสวยหรือไม่ แต่ควรพิจารณาด้วยว่า Theme นั้นรองรับสิ่งที่ธุรกิจต้องการหรือไม่
ก่อนเลือก Theme ควรพิจารณาเรื่องต่าง ๆ เช่น
- รูปแบบและจำนวนสินค้าที่ต้องการแสดง
- โครงสร้างหน้าเว็บไซต์ที่ต้องการ
- ฟังก์ชันที่จำเป็นสำหรับร้านค้า
- แอปที่ต้องการใช้งานร่วมกับเว็บไซต์
- การแสดงผลบนโทรศัพท์มือถือ
- ความเร็วและประสิทธิภาพของเว็บไซต์
การเลือก Theme ที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยลดการปรับแก้ที่ไม่จำเป็น และทำให้การพัฒนาเว็บไซต์ในขั้นตอนต่อไปง่ายขึ้น
7. ร้านค้าไทยควรให้ความสำคัญกับอะไร?
สำหรับธุรกิจในประเทศไทย นอกจากหน้าตาของเว็บไซต์แล้ว ยังควรให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของผู้ใช้งานชาวไทยด้วย
ตัวอย่างเช่น การแสดงภาษาไทย การเลือกฟอนต์ การใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ และช่องทางการชำระเงิน ควรได้รับการทดสอบกับการใช้งานจริง เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกดูสินค้าและสั่งซื้อได้อย่างสะดวก
โดยเฉพาะการแสดงผลบนมือถือ ควรตรวจสอบทั้งขนาดตัวอักษร รูปภาพ ปุ่มต่าง ๆ และขั้นตอนการสั่งซื้อ เพราะลูกค้าจำนวนมากเข้าชมเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือ
สรุป
การสร้างเว็บไซต์ Shopify ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเขียนเว็บไซต์ใหม่ทั้งหมด เพราะ Shopify มี Theme และเครื่องมือที่ช่วยให้สามารถปรับแต่งเว็บไซต์ได้หลายส่วนด้วยตัวเอง
Theme Editor เหมาะกับการปรับเนื้อหา รูปภาพ สี การจัดวาง และส่วนพื้นฐานต่าง ๆ ของเว็บไซต์ ขณะที่ความต้องการเฉพาะทางหรือฟังก์ชันที่ Theme ไม่มี อาจต้องให้ทีมพัฒนาเข้ามาช่วยเพิ่มเติม
ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการเลือก Theme ที่เหมาะกับธุรกิจตั้งแต่ต้น และวางแผนให้ชัดเจนว่าอะไรสามารถปรับแต่งได้เอง และส่วนไหนควรให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยพัฒนา เพื่อให้เว็บไซต์ Shopify ใช้งานได้จริง รองรับการเติบโต และดูแลต่อได้ง่ายในระยะยาว
กำลังวางแผนทำเว็บไซต์ Shopify?
ทีมงานของเราพร้อมให้คำแนะนำและพัฒนาเว็บไซต์ Shopify ให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจ ตั้งแต่การเลือก Theme การปรับแต่งเว็บไซต์ ไปจนถึงการพัฒนาฟังก์ชันเพิ่มเติม
ปรึกษาทีมงานของเรา