ทำไมเว็บไซต์ E-Commerce ควรมี “สินค้าที่เกี่ยวข้อง” (Related Products)?
ลูกค้าที่เข้ามาเลือกซื้อสินค้าบนเว็บไซต์ไม่ได้มองหาสินค้าเพียง “ชิ้นเดียว” เสมอไป
บางครั้งลูกค้าอาจสนใจสินค้าอยู่แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าสินค้านั้นเหมาะกับตัวเองหรือไม่ หรืออาจยังไม่พบรุ่น สี ขนาด หรือสเปกที่ตอบโจทย์มากที่สุด
นี่คือเหตุผลที่ฟีเจอร์ Related Products หรือสินค้าที่เกี่ยวข้อง มีบทบาทสำคัญกับ เว็บไซต์ E-Commerce เพราะช่วยแนะนำทางเลือกเพิ่มเติมให้กับลูกค้าโดยไม่ต้องกลับไปเริ่มค้นหาสินค้าใหม่ตั้งแต่ต้น
Related Products คืออะไร?
Related Products คือระบบแนะนำสินค้าที่มีความเกี่ยวข้องกับสินค้าที่ลูกค้ากำลังดู โดยอาจเป็นสินค้าประเภทเดียวกัน สินค้ารุ่นใกล้เคียง สินค้าเสริม หรือสินค้าที่สามารถใช้งานร่วมกันได้
ตัวอย่างเช่น:
- ลูกค้าดูโทรศัพท์มือถือ → แนะนำเคสและฟิล์มกันรอย
- ลูกค้าดูรองเท้าวิ่ง → แนะนำถุงเท้าหรืออุปกรณ์สำหรับวิ่ง
- ลูกค้าดูเครื่องสำอาง → แนะนำผลิตภัณฑ์ที่ใช้ร่วมกัน
- ลูกค้าดูเสื้อรุ่นหนึ่ง → แนะนำสีหรือรุ่นอื่นที่ใกล้เคียงกัน
- ลูกค้าดูสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ → แนะนำอุปกรณ์เสริมที่รองรับ
ระบบแนะนำสินค้าแบบนี้ช่วยทำหน้าที่คล้ายกับ พนักงานขายที่คอยแนะนำสินค้าให้ลูกค้าระหว่างการเลือกซื้อ
1. เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าเพิ่มเติม
หากลูกค้ากำลังดูสินค้าหนึ่งชิ้น การแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องในตำแหน่งที่เหมาะสม สามารถทำให้ลูกค้าเห็นสินค้าอื่นที่อาจสนใจโดยไม่ต้องค้นหาด้วยตัวเอง
ตัวอย่างเช่น ลูกค้ากำลังซื้อกล้อง เว็บไซต์อาจแนะนำ:
- Memory Card
- กระเป๋ากล้อง
- Battery
- Tripod
- เลนส์ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้
จากเดิมที่ลูกค้าตั้งใจซื้อเพียงสินค้าเดียว อาจเพิ่มสินค้าอื่นลงในตะกร้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ
2. ช่วยลดโอกาสที่ลูกค้าจะออกจากเว็บไซต์
หากลูกค้าเข้ามาดูสินค้าแล้วพบว่าสินค้านั้นไม่ตรงกับความต้องการ แต่ไม่มีสินค้าอื่นให้เลือกต่อ ลูกค้าอาจออกจากเว็บไซต์และไปค้นหาสินค้าจากร้านอื่น
แต่หากเว็บไซต์มีสินค้าใกล้เคียงให้เลือกทันที เช่น:
- รุ่นอื่น
- สีอื่น
- ขนาดอื่น
- สเปกที่สูงหรือต่ำกว่า
- สินค้าในช่วงราคาใกล้เคียงกัน
ลูกค้าก็มีโอกาสเลือกดูสินค้าอื่นต่อภายในเว็บไซต์ แทนที่จะต้องออกไปเริ่มค้นหาจากช่องทางอื่น
3. เพิ่ม Average Order Value (AOV)
ฟีเจอร์ Related Products สามารถนำมาใช้ร่วมกับกลยุทธ์ Cross-selling เพื่อช่วยเพิ่ม Average Order Value หรือ AOV ซึ่งหมายถึงมูลค่าเฉลี่ยต่อคำสั่งซื้อ
ตัวอย่างเช่น เดิมลูกค้าตั้งใจซื้อสินค้าเพียงหนึ่งชิ้นราคา 1,500 บาท แต่เว็บไซต์แนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 300 บาท และสินค้านั้นมีประโยชน์กับสินค้าหลัก
ลูกค้าอาจตัดสินใจซื้อทั้งสองรายการ ทำให้มูลค่าของ Order เพิ่มจาก 1,500 บาทเป็น 1,800 บาท โดยไม่จำเป็นต้องหาลูกค้าใหม่เพิ่มอีกหนึ่งคน
4. ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกสินค้าได้ง่ายขึ้น
สินค้าบางประเภทมีตัวเลือกจำนวนมาก เช่น:
- หลายรุ่น
- หลายสี
- หลายขนาด
- หลายสเปก
- หลายระดับราคา
การแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องช่วยให้ลูกค้าสามารถเปรียบเทียบตัวเลือกได้ง่ายขึ้น และอาจค้นพบสินค้าที่เหมาะกับความต้องการมากกว่าสินค้าที่กำลังดูอยู่
แพลตฟอร์มอย่าง Magento E-Commerce สามารถรองรับการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์และฟังก์ชันการขายที่หลากหลาย สำหรับธุรกิจที่มีสินค้าและโครงสร้าง Catalog ที่ซับซ้อน
5. สร้างประสบการณ์ Shopping Experience ที่ดีขึ้น
เว็บไซต์ E-Commerce ที่ดีไม่ควรรอให้ลูกค้าค้นหาทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่ควรช่วยแนะนำและพาลูกค้าไปยังสินค้าที่เกี่ยวข้องในจังหวะที่เหมาะสม
Related Products จึงช่วยสร้างประสบการณ์ที่คล้ายกับการมีพนักงานขาย คอยแนะนำว่า:
- สินค้าชิ้นนี้ใช้คู่กับอะไรได้บ้าง
- มีรุ่นอื่นที่ใกล้เคียงหรือไม่
- มีสินค้าเสริมที่ควรซื้อพร้อมกันหรือไม่
- มีตัวเลือกอื่นที่เหมาะกับงบประมาณมากกว่าหรือไม่
ประสบการณ์แบบนี้ช่วยให้การเลือกซื้อสินค้าเป็นธรรมชาติ และลดขั้นตอนในการค้นหาสินค้าของลูกค้า
Related Products, Cross-sell และ Upsell ต่างกันอย่างไร?
แม้ทั้งสามฟีเจอร์จะเกี่ยวข้องกับการแนะนำสินค้า แต่สามารถนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน
Related Products
แนะนำสินค้าที่ใกล้เคียงหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าที่กำลังดู เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า
Cross-sell
แนะนำสินค้าที่สามารถซื้อเพิ่มเติมหรือใช้งานร่วมกับสินค้าหลัก เช่น ซื้อโทรศัพท์แล้วแนะนำเคสและฟิล์มกันรอย
Upsell
แนะนำสินค้าอีกตัวที่มีคุณสมบัติหรือมูลค่าสูงกว่า เช่น จากรุ่นมาตรฐานไปยังรุ่น Pro ที่มีฟังก์ชันเพิ่มเติม
หากออกแบบทั้งสามกลยุทธ์ร่วมกันอย่างเหมาะสม จะช่วยสร้าง Customer Journey ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าค้นพบสินค้าที่ตรงกับความต้องการ พร้อมเพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขายต่อ Order
ควรแสดง Related Products ตรงไหน?
ตำแหน่งของสินค้าแนะนำมีผลต่อประสบการณ์ของลูกค้า โดยตำแหน่งที่นิยมใช้ ได้แก่:
- ใต้รายละเอียดสินค้าใน Product Detail Page
- บริเวณ Add to Cart
- Mini Cart
- Shopping Cart
- หน้า Checkout ในจุดที่ไม่รบกวนการชำระเงิน
- หน้าหลังจากสั่งซื้อสำเร็จ
สิ่งสำคัญคือไม่ควรแสดงสินค้าแนะนำจำนวนมากจนรบกวนการตัดสินใจซื้อ แต่ควรเลือกสินค้าที่มีความสัมพันธ์กับสิ่งที่ลูกค้ากำลังสนใจจริง ๆ
Magento รองรับ Related Products หรือไม่?
สำหรับธุรกิจที่ใช้งาน Magento Features สามารถใช้ฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสินค้าและการขาย รวมถึง Related Product, Promotion Rules, Color Swatch, Review & Rating และ Product Comparison เพื่อช่วยสร้างประสบการณ์การซื้อสินค้าได้หลากหลายขึ้น
ส่วนเว็บไซต์ที่พัฒนาด้วย Shopify หรือ E-Commerce Platform อื่น ก็สามารถออกแบบ Product Recommendation ให้เหมาะกับโครงสร้างสินค้าและ Customer Journey ของแต่ละธุรกิจได้เช่นกัน
สินค้าแนะนำควร “เกี่ยวข้องจริง” ไม่ใช่แค่สินค้าอะไรก็ได้
หัวใจของ Related Products ไม่ใช่การแสดงสินค้าให้มากที่สุด แต่คือการแสดง “สินค้าที่เหมาะสมในจังหวะที่เหมาะสม”
ร้านค้าควรพิจารณาจาก:
- ประเภทของสินค้า
- สินค้าที่ใช้งานร่วมกัน
- ช่วงราคา
- พฤติกรรมการซื้อของลูกค้า
- สินค้าที่มักถูกซื้อพร้อมกัน
- Stock ที่พร้อมจำหน่าย
- Campaign และ Promotion
ยิ่งสินค้าแนะนำมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหา ก็ยิ่งทำให้ Recommendation ดูเป็นประโยชน์ แทนที่จะกลายเป็นพื้นที่โฆษณาที่ลูกค้าไม่สนใจ
สรุป ทำไมเว็บไซต์ E-Commerce ควรมี Related Products?
Related Products อาจเป็นเพียงฟีเจอร์เล็ก ๆ ภายในเว็บไซต์ แต่สามารถมีบทบาทในหลายจุดของ Customer Journey
- ช่วยให้ลูกค้าค้นพบสินค้าเพิ่มเติม
- เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าเสริม
- ลดโอกาสที่ลูกค้าจะออกจากเว็บไซต์ทันที
- ช่วยเพิ่ม Average Order Value
- ช่วยให้ลูกค้าเปรียบเทียบและตัดสินใจง่ายขึ้น
- สร้าง Shopping Experience ที่ดีขึ้น
ไม่ว่าจะพัฒนาเว็บไซต์ด้วย Magento, Shopify หรือ E-Commerce Platform ใดก็ตาม สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการมีระบบ Related Products แต่ต้องออกแบบให้สินค้าแนะนำมีความเกี่ยวข้อง อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม และสนับสนุนการตัดสินใจซื้อของลูกค้าอย่างเป็นธรรมชาติ
เพราะบางครั้งยอดขายที่เพิ่มขึ้น อาจเริ่มจาก “สินค้าที่แนะนำถูกจังหวะ”
อยากให้เว็บไซต์ E-Commerce แนะนำสินค้าและเพิ่มโอกาสขายได้ดีขึ้น?
ออกแบบและพัฒนาระบบ E-Commerce พร้อม Related Products, Cross-sell, Upsell, Promotion และ Product Recommendation ที่เหมาะกับสินค้าและ Customer Journey ของธุรกิจ เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการซื้อสินค้าเพิ่มเติมและเพิ่มมูลค่าต่อออเดอร์
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเรา